เลี้ยงไส้เดือนดิน

1.มูลไส้เดือนดินคืออะไร
มูลไส้เดือนดินคือสิ่งขับถ่ายภายหลังการย่อยอาหารของไส้เดือนดินที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตรวมทั้งสารชีวะเคมีที่มีประสิทธิภาพช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี แต่มูลไส้เดือนที่ได้จากต่างสิ่งแวดล้อมย่อมมีคุณภาพแตกต่างกันตามองค์ประกอบอาหารที่ไส้เดือนได้รับ เช่น ในที่กันดารปราศจากอาหารที่มีคุณค่าหรือเศษซากพืชที่ดีย่อมให้มูลไส้เดือนดินที่มีคุณภาพต่ำกว่าจากที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยเศษซากพืชหรือมูลสัตว์ที่ไส้เดือนต้องการ

2.จุลินทรีย์สำหรับดินคืออะไร
คือจุลินทรีย์ที่ดำรงค์ชีพในดินได้แก่ แบคทีเรีย  แอมมีบ้า  โปรโตซัว  รา  นีมาโทด จุลิทรีย์เหล่านี้จะดำรงค์ชีพอยู่ได้ด้วยการย่อยสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในดินเพื่อการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ของมันแต่สิ่งที่เหลือจาการย่อยสลายนั้นคือสารอาหารพร้อมใช้สำหรับรากพืช ในดินที่อุดมสมบูรณ์จะมีจุลินทรีย์ประเภทนี้นับไม่ถ้วนในหนึ่งช้อนชานับเฉพาะแบคทีเรียเพียงอย่างเดียวจะพบว่ามีแบคทีเรียต่างชนิดกันกว่าแสนชนิด  จุลินทรีย์เหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการคงอยู่ของสภาพแวดล้อมของโลกเรา มันจะทำหน้าที่ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ตายแล้วให้กลายเป็นสารสำคัญที่เป็นประโยชน์สำหรับการเจริญเติบโตของพืชต่อไป

3.ทำไมมูลไส้เดือนดินจึงมีประโยชน์เหนือกว่าปุ๋ยชนิดอื่นหรือปุ๋ยหมัก ธรรมดา
มูลไส้เดือนดินมีจุลินทรีย์หลากหลายชนิดมากกว่าที่พบในปุ๋ยหมักธรรมดา นอกจากนั้นเมื่อ ปี พ ศ 2545หรือ    ค ศ2002ได้มีรายงานการวิจัยพบสารฮอร์โมนสำคัญเพื่อการเจริญเติบโตของพืชในมูลไส้เดือนดินเพิ่มขึ้นจากเดิม
ทำให้แน่ใจได้ว่าในมูลไส้เดือนดินมีสารต่างๆดังนี้  ฮิวเมท(humates)  ออกซิน(auxins)  ไคเนติน(kinetins) จิเบอเรลริล(giberellin)  และไซโตไคนิน(cytokinin) เป็นตัวควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ปัจจุบันวิทยาศาสตรเพิ่งเริ่มเข้าใจความสำคัญของสารอินทรีย์เหล่านี้ว่าทำหน้าที่ต่างๆเช่นกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์พืช  ทำให้รากรับอาหารไปใช้ การหันหน้าของดอกไม้เข้ารับแสงแดด ควบคุมความยาวของเซลล์และแม้กระทั่งทำหน้าที่เป็นสารต้านการแก่ตัวของพืชไม่ให้เน่าเปื่อยเร็ว
นอกจากนั้นยังค้นพบว่ามีเอนไซม์ไคติเนส (kitinase)ซึ่งสามารถละลายไคตินสารชีวะเคมีชนิดหนึ่งที่ประกอบกันเป็นเปลือกชั้นนอกของแมลงด้วยเหตุนี้มูลไส้เดือนดินจึงมีฤทธิ์ในการขับแมลงด้วย(insect repellent)

4.มูลไส้เดือนดินมีประสิทธิภาพในการระงับโรคและแมลงที่เป็นภัยกับพืชได้หรือไม่
คำตอบคือได้  พืชที่ได้รับสารอาหารหลากหลายชนิดตามธรรมชาติย่อมเจริญเติบโตแข็งแรงทนทานต่อโรคและงามกว่าพืชที่ได้รับสารอาหารจำกัดในรูปสารเคมีเช่นNPK  โรคพืชและแมลงจะทำลายเฉพาะพืชที่อ่อนแอหรือ  ใกล้ตายมากกว่าพืชที่แข็งแรงและสมบูรณ์ดังนั้นการใช้สารNPKล้วนๆจึงจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงร่วมด้วยตลอดเวลา

5.มูลไส้เดือนดินปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อมหรือไม่
แน่นอน มูลไส้เดือนดินไม่เป็นภัยต่อเด็ก สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และดิน  มูลไส้เดือนดินเกิดโดยกระบวนการทางธรรมชาติจากการกินสารอิทรีย์ของไส้เดือนดินไม่มีสิ่งที่เป็นสารสังเคราะห์หรือปิโตรเคมีเจือปนแต่อย่างใด 
ตามความเป็นจริงแล้วได้มีการใช้มูลไส้เดือนในรูปของworm tea หรือชนิดน้ำในประเทศไทยรู้จักกันในชื่อปุ๋ยน้ำชีวะภาพมูลไส้เดือนดิน  ในสหรัฐฯใช้สำหรับปลูกหญ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้นิยมใช้เป็นสารอินทรีย์ขจัดเชื้อราสำหรับพืช
ปัจจุบันได้มีการใช้สำหรับสนามหญ้าตามบ้านได้ผลดีกว่าการใช้สารเคมี หญ้างามและสมบูรณ์ลดจำนวนหญ้าตายหญ้าแห้งลงได้และดินมีสภาพอุ้มน้ำได้ดีขึ้นเท่ากับเป็นการลดผลร้ายจากการใช้สารเคมีที่มีต่อน้ำผิวดินและน้ำบาดาลซึ่งอาจเป็นผลร้ายต่อทุกชีวิต

6.มูลไส้เดือนดินมีสารอาหารสำหรับพืชได้แก่ ไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  โปแตสเซียม สูงมากหรือไม่
ไม่สูงมาก เช่นเดียวกับปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไปจะมีสารอาหารดังกล่าวในปริมาณที่ทางราชการกำหนดซึ่งเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช(ไม่มากเกินพอเพราะอาจเป็นปัญหาตกค้างในดินได้ )โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์มูลไส้เดือนดินทูรีน่าได้ผ่านการตรวจสอบของกรมวิชาการเกษตรและได้รับอนุญาตให้ผลิตจำหน่ายได้ตาม  ใบอนุญาตเลขที่ ก ษ 0913/002/2089  ออกให้เมื่อ23 พ ย 2548

7.ประโยชน์ขั้นพื้นฐานของมูลไส้เดือนดินคืออะไร
ในขณะนี้ได้มีการเขียนหนังสือเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับ จากการใช้มูลไส้เดือนดิน(vermicast)และน้ำชีวะภาพมูลไส้เดือนดิน(worm tea)และยังมีการศึกษาค้นคว้าระดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก

ประโยชน์ขั้นพื้นฐานของมูลไส้เดือนดินพอจะสรุปได้ดังนี้

1.ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้นโดยทำให้มีการรวมตัวของดินอย่างเหมาะสมตามธรรมชาติ

2.เป็นสารอินทรีย์ 100%

3.ปลอดสารพิษ และพบว่าปริมาณธาตุโลหะหนักในมูลไส้เดือนดินนั้น ต่ำกว่าที่ทางราชการกำหนดให้มีได้ถึง10เท่า(เป็นการสนับสนุน**ผลงานค้นคว้าเมื่อปี2001โดยคณะนักชีวะวิทยา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ พบว่าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิดสามารถขจัดความเป็นพิษของธาตุโลหะหนักได้)

4.ไม่ทำให้เกิดรากไหม้ในพืชแม้ใช้ในปริมาณที่มาก
5.ปราศจากกลิ่นและมีฤทธิ์ในการดับกลิ่น
6.ยับยั้งการเจริญของเชื้อราที่เป็นกับพืชและมีฤทธิ์ในการขับแมลง(ด้วยชนิดน้ำตาม เปอร์เซ็นต์ ที่เหมาะสมเท่านั้น)
7.ช่วยให้พืชมีการเจริญเติบโตดีขึ้นตามธรรมชาติ
8.หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดแมลง และสัตรูพืช

**จากหนังสือพิมพ์ ScienceDailyเรื่องBiologists Find A Gene Require For Tolerance Of Heavy Meatals
จากเว็บไซต์