แวะดูปลากัดไทย หัวใจอินเตอร์
ปลากัดไทยเป้นปลาที่สวยงามที่พบได้ตามแหล่งน้ำที่ประเทศไทย มีลักษณะโดดเด่นทั้งทางด้านโครงสร้างและสีสัน
อีกทั้งยังเรียกได้ว่าเป้นสุดยอกแห่งปลานักสู้ ที่มีหัวใจกล้าหาญ ทรหดอดทน อันเป็นเสน่ห์แห่งปลาชนิดนี้ ปลากัดมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า (Betta splendens) เป็นปลาที่ต้องใช้อวัยวะช่วยในการหายใจ เราจึงเห็นว่าปลากัดต้องคอยฮุบอากาศที่ผิวน้ำเสมอ ๆ จึงสามารถอาศัยอยู่ในน้ำที่ไม่มีออกซิเจนได้ หากพิจรณาแล้วจะพบว่าปลากัดแบ่งออกได้ 4 ชนิด คือ


1.ปลากัดลูกทุ่ง เป็นปลากัดตามธรรมชาติ พบได้ตามคลอง หนอง บึง
2.ปลากัดหม้อ เป็นปลาที่เกิดจากการผสมพันธ์ของปลากัดทุ่งหางสั้น ทีมีสีสันสวยงาม
3.ปลากัดจีน เป็นปลาที่ค้นพบจากการเพาะพันธ์ปลากัดหม้อมีสีสันและคีบสวยงามมาก
4.ปลากัดสังกะสี เป้นปลากัดอีกสายพันธืหนึ่งที่เกิดจากการผสมพันธ์ระหว่างปลากัดหม้อและปลากัดป่า

จะเห็นได้ว่าปลากัดในปัจจุบันนั้นมีลักษณะและรุปร่างที่แตกต่างจากอดีด เพราะมีการพัฒนาสาพันธ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
หากจะกล่าววงการปลาสวยงามในเมืองไทยนั้นจะเห็นได้ว่า มีกลุ่มคนรักปลาเป็นจำนวนมากปลาสวยงามบางชนิดได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วก็ค่อยลดน้อยถ่อยลง แต่ปลากัดเป็นปลาที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดเวลา แมะจะไม่ฟู่ฟ่า แต่ตลาดปลากัดไทยก็สามารถขยายไปได้เรื่อย ๆ เหตุผลสำคัญก็เป็นเพราะลักษณะธรรมชาติของปลากัดที่เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายทนต่อสภาพอากาศและโรค อีกทั้งปลากัดยังได้รับการพัฒนาสานพันธ์ให้มีสายพันธ์ใหม่เกิดขึ้น และมีลักษณะสีสันแปลกตา ต่างออกไปจากเดิม ปลากัดยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ และยังมีการส่งออกไปขายยังต่างประเทศจำนวนมาก ประเทศที่ส่งออกได้แก่ จีน ฮ้องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปิน และ สหรัฐอเมริกา
แนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการไดพูดคุยกับพี่ตี๋แห่งร้านจิ๋วปลากัด ตลาดธนบุรี ผู้มีใจรักและเลี้ยงปลากัดเป็นอาชีพมาเป็นเวลานาน จึงเป็นผู้ที่มีความรู้และเข้าใจปลากัด และมีมุมมองในฐานะผู้ขายปลา โดยพี่ตี๋ได้เล่าว่า การเลี้ยงปลากัดของตนนั้น เริ่มจากการเป็นคนรักปลาสวยงามมาตั้งแต่เด็ก ในวัยเด็กมักซื้อปลาสวยงามมาเลี้ยง
ทำให้เริ่มหลงไหลในเสน่ห์ความงดงาม ต่อมาจึงได้สนใจการเพาะขยายพันธ์ เพาะเลี้ยงปลากัดอย่างจิงจัง จนเกิดเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ ในเรื่องการพัฒนาสายพันธ์ พี่ตี๋ได้เล่าว่า การทีมีปลากัดสวยงามเช่นทุกวันนี้ เกิดจากต่างประเทศได้นำไปพัฒนาสายพันธ์ ให้มีลักษณะดีทั้งโครงสร้างและสีสัน แต่ปัจจุบันนี้คนไทยสามารถทำการเพาะขยายพันธ์และสามารถใช้ความรู้ความสามารถพัฒนาสายพันธ์ใหม่ ๆ ขึ้นมาได้เอง อันถือได้ว่าเป้นสีสันของวงการปลากัดในช่วงเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมาจึงได้รับความนิยมมาก และมีผู้สนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผลจากการพัฒนาสายพันธ์
จึงทำให้ปลากัดเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่โดดเด่นในสนามประกวด เห็นได้จากมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก