กันกัดและเกา
ในการรักษาพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะนกปากขอ(Psittacine) มีคุณสมบัติในการกัดเป็นยอดแล้ว การใช้ตีนเกาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึง เพราะทั้งสองวิธีเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายนกเอง รวมถึงทำให้การบำบัดรักษาไม่ประสบความสำเร็จด้วย เช่นการเข้าเฝือก แผลเย็บหลังผ่าตัด โรคผิวหนังและขน ฯลฯ
ต้องถูกทำลายด้วยการจิก กัด เกา ทึ้ง จนเฝือกหลุด ไหมเย็บขาด ขนหัก ผิวหนังเป็นแผลรุ่งริ่งเลือดออก ฯลฯ


ฉะนั้นสัตวแพทย์ที่ดูแลรักษาต้องหาวิธีในการป้องกัน การรักษาของตนมิให้ถูกทำลายลงด้วยปากและตีนของนก โดยใช้การพันผ้าการเข้าเฝือก และใส่ปลอกคอซึ่งจำเป็นต้องมีแนวทางการใช้ที่ถูกต้องเหมาะสม มิฉะนั้นจะทำให้เกิดผลเสียตามมาหนักไปกว่าเดิมอีก

ปลอกคอ (Collar)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันบ่อยที่สุด ซึ่งจะคล้ายกับของหมาของแมว คือใช้วัสดุแข็งใช้คลอบคอนกเพื่อไม่ให้นกเอี้ยวมากัดแทะส่วนที่ทำการรักษา หรือป้องกันไม่ให้ใช้ตีนเกาส่วนหัวที่ได้รับการรักษาได้ เช่น แผลผ่าตัดตา ฯลฯ
ข้อที่ต้องพิจรณา คือ นกเมื่อใส่ปลอกคอกันเกา กันแทะ กันกัดแล้ว อาจซึมไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจากเครียด ไม่คุ้นเคย จึงต้องหมั่นเฝ้าดู และถอดเข้าออกเป็นระยะ  แต่อย่าเผลดให้กัดแทะบาดแผลได้ นอกจากนี้ควรเลือกใช้ปลอกคอที่ทำจากวัสดุใสจะช่วยให้นกไม่ตกใจเพราะสามารถมองเห็นผ่านปลอกคอที่บานเนจานกระดังอยู่รอบคอ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบว่าขอบของปลอกคอทีอยู่รอบคอนกไม่แคบจนลัดแน่นเกินไปทำให้กลืนอาหารไม่ลง หรือคมจนบาดคอเป็นแผล หากใส้ปลอกคออย่างเหมาะสมแล้วนกจะปรับตัวและดำรงชีพปกติ

ส่วนการพันผ้าและเข้าเฝือกนั้นต้องตระหนักดังนี้
1. ต้องอย่าให้เปียกชื่นเป็นอันขาด
2. เฝ้าสังเกตุการกัด แทะ ผ้าที่พัน หรือเฝือกที่ใส่ใว้ในนก อย่าให้กัดทิ้งเป้นอันขาด
3. ถ้าผ้าขาดหรือเฝือกถูกทำลายเล็กน้อยให้รีบซอมแซมแต่ถ้าเอาไม่อยู่จำเป็นต้องพันผ้าหรือใส่เฝือกใหม่
4. ในกรณีที่ส่วนปลายของอวัยวะที่เป้นระยางยื่นออกนอกเหนือแนวพัน้าหรือตัวเฝือก เช่นปลายนิ้วตีน เจ้าของต้องเฝ้าระวังหมั่นตรวจดูว่าส่วนนั้นๆมีอาการบวมโตขึ้นหรือสีซีด

ที่มาจาก หนังสือสื่อรักสัตว์เลี้ยง