ตุ๊กกายถ้ำหินปูน
บทความ กิ้งก่า January 3rd, 2008ตุ๊กกายถ้ำหินปูน
โลก ในถ้ำอันมืดมิด มีสัตว์เลื้อยคลานไม่กี่ชนิดที่ดำรงชีวิตเป็นสัตว์ถ้ำแท้จริง ส่วนมาก จะใช้ถ้ำเป็นเพียงแค่ที่พักพิง แต่ยามหากินก็จะออกนอกถ้ำ แต่ตุ๊กกายถ้ำหินปูนชนิดนี้จัดเป็น ตุ๊กกายถ้ำชนิดที่สองของโลก โดยชนิดแรกคือ Cyrtodactylus cavernicolus, Inger&King พบในถ้ำแห่งหนึ่งบนเกาะบอร์เนียว สาเหตุ ที่จัดเป็นสัตว์ถ้ำนั้นเนื่องจากตุ๊กกายทั้งสอง ชนิดนี้ดำรงชีวิตส่วนใหญ่ในถ้ำ ทั้งเป็นที่พักพิงและหาอาหาร แม้ว่าในยามค่ำคืนอาจพบหากิน นอกถ้ำบ้างแต่ก็จะอยู่บริเวณถ้ำเท่านั้น จากประสบการณ์(ผู้เขียน) ไม่เคยพบห่างจากถ้ำหรือ เขาหินปูนที่อาศัยอยู่เลย
ตุ๊กกายถ้ำหินปูน (Cyrtodactylus sumonthai, Bauer, Pauwels & Chanhome, 2002) เป็น ตุ๊กกาย ขนาดกลางค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับตุ๊กกายในสกุลเดียวกัน เป็นสัตว์ที่มี ลวดลายสวยงามชนิดหนึ่ง โดยส่วนหัว ลำตัว และหางมีสีพื้นเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง มีจุดสี น้ำตาลเข้มที่บริเวณหัว และแถบสีน้ำตาลเข้มจากส่วนหลังของตาทั้งสองข้างมาบรรจบกันที่ บริเวณคอ ลำ ตัวมีแถบสี น้ำตาลเข้มคาดขวางลำตัวตั้งแต่โคนขาหน้าถึงโคนขาหลังจำนวน 4 แถบใหญ่ ลักษณะแถบดัง กล่าวทางส่วนหลังตุ๊กกายจะกว้างกว่าส่วนข้างลำตัว และระหว่างแถบ เหล่านี้จะมีจุดขนาดใหญ่ สีน้ำตาลเข้มแทรกอยู่บริเวณด้านข้างลำตัว หางมีแถบ สีน้ำตาลเข้ม คาดขวางค่อนข้างชัดเจน ประมาณ 2 ใน 3 ส่วนจากโคนหาง ส่วนปลายลายไม่ชัดเจน(ไม่รวมถึง หางที่งอกใหม่) หางเรียวยาวมากทั้งนี้เพื่อใช้ช่วยในการทรงตัวยามปีนป่ายผนังหรือเพดานถ้ำ ขาและนิ้วเรียวยาว เล็บแหลมคมเพื่อใช้ในการปีนป่ายได้อย่างดีเยี่ยม
ตุ๊กกายถ้ำหินปูน เป็นสัตว์หากินทั้งกลางวันและกลางคืน อาหารหลักในธรรมชาติ ได้แก่ จิ้งหรีดถ้ำ นอกจากนี้ยังกินจิ้งหรีดที่พบทั่วไปและไส้เดือนดินด้วย และยังยอมรับหนอนนก (meal worm) ในที่เลี้ยง มีฤดูสืบพันธุ์ในช่วงฤดูหนาว ก่อนผสมพันธุ์ตัวผู้จะส่งเสียงเรียกตัวเมีย ก่อน ตัว เมียจะวางไข่รวมกันตามซอกหินในถ้ำ ไข่จะไม่ยึดติดกับวัสดุใดๆ ระยะฟักไข่นานประ มาณ 2 เดือน ลูกตุ๊กกายที่เกิดใหม่จะมีลำตัวสีเหลืองและมีแถบสีน้ำตาลคาดขวางเป็นระเบียบ มีสีเหลืองและขาวนวลตั้งแต่กลางหางถึงปลายหาง
ตุ๊กกายถ้ำหินปูนชนิดนี้ ปัจจุบันพบว่ามีเขตการแพร่กระจายเฉพาะเขตรอยต่อจังหวัด ระยองและ จันทบุรี จัดเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของประเทศไทย แต่คาดว่าในอนาคตอาจพบเขตการ แพร่กระจายใหม่ในประเทศกัมพูชาเช่นเดียวกับสัตว์หลายชนิดที่พบในบริเวณดัง กล่าว
เรื่อง/Story by : มนตรี สุมณฑา (http://www.siamensis.org)
ภาพ/Photo by : มนตรี สุมณฑา (http://www.siamensis.org)
ที่มา/Referer : http://www.siamensis.org

Recent Comments