ปิ๊กมี่ดอร์เมาส์
บทความ หนูชนิดอื่นๆ May 12th, 2008สัตว์ในกลุ่มของ “ดอร์เมาส์” ถูกจัดแยกออกมาจากกลุ่มหนูและกระรอก ปัจจุบันดอร์เมาส์มีประมาณ 20 สายพันธุ์ทั่วโลก พบที่ญี่ปุ่น ยุโรปและแอฟริกา ซึ่งแต่ละชนิดมีถิ่นที่อยู่ สีสันและขนาดที่แตกต่างกันออกไป ดอร์เมาส์เกือบทุกชนิดจะมีลักษณะและรูปร่างคล้ายกระรอกมากกว่าหนูและสายพันธุ์ที่นิยมนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามมากที่สุดคือ “ปิ๊กมี่ดอร์เมาส์” ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตอนกลางจนถึงตอนใต้ จัดเป็นดอร์เมาส์สายพันธุ์ที่เล็กที่สุด จนได้รับฉายาว่า “กระรอกจิ๋ว” เนื่องจากเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะมีขนาดของลำตัวเพียง 3-4 นิ้วเท่านั้น มีหางฟูยาวเท่ากับลำตัวสีขนด้านบนเป็นสีเทาอ่อนและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงเมื่ออายุมากขึ้น ด้านท้องสีขาวครีม มีน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 25-30 กรัมเท่านั้น
คุณปีย์ชนิตว์ เกษสุวรรณ ชาวเชียงใหม่ เริ่มต้นซื้อปิ๊กมี่ดอร์เมาส์มาทดลองเลี้ยง 1 คู่ จากประสบการณ์และสนุกกับการเลี้ยง จึงหามาเลี้ยงเพิ่มเติมเพื่อป้องกันสายเลือดชิด ปัจจุบันมีปิ๊กมี่ดอร์เมาส์ จำนวน 10 ตัว วิธีการเลี้ยงแบบสัตว์สวยงามจะใช้ตู้ปลาขนาด 20 นิ้วที่ปิดตะแกรงโลหะขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร สำหรับการเลี้ยง 1 คู่ บางคนอาจจะเลี้ยงในตะกร้าพลาสติกอย่างหนาที่มีตาข่ายค่อนข้างเล็ก ภายในตู้เลี้ยงควรใส่วัสดุรองพื้นให้สูงประมาณ 2 นิ้ว โดยสามารถเลือกใช้ฝอยกระดาษลัง ขี้เลื่อย ซังข้าวโพดหรือทรายสำเร็จรูปเหมือนที่ใช้เลี้ยงหนูแฮมส เตอร์และควรใส่หญ้าแห้ง เศษผ้าหรือเศษไหมพรมไว้ให้มันคาบไปรองรังนอนด้วย อุปกรณ์อื่น ๆ ภายในตู้เลี้ยงที่ควรจัดให้คือ ของเล่นสำหรับปีนป่าย อาทิ กิ่งไม้แห้ง เชือก โพรงไม้และวงล้อ (เหมือนกับที่เลี้ยงแฮมสเตอร์) ในธรรมชาติจะพบว่าปิ๊กมี่ดอร์ เมาส์ใช้เวลาส่วนมากปีนป่ายหาอาหารตามพุ่มไม้ ผู้เลี้ยงจะสามารถนั่งมองกระรอกจิ๋วแสดงกายกรรมอย่างสนุกสนานได้ตลอดทั้งคืน
ในธรรมชาติดอร์เมาส์จะกินอาหารที่มีความหลากหลายมาก กินทั้งเมล็ดพันธุ์พืช ยอดไม้ไข่นกและแมลง เป็นต้น เมื่อนำมาเลี้ยงในกรงจะใช้อาหารผสมเป็นอาหารหลัก ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถทำได้เองโดยใช้อาหารเม็ดสำหรับหนูแฮมสเตอร์ อาหารแมวไขมันต่ำ อาหารนกเขา กระดองปลาหมึกตำหยาบ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง อาหารหมูอ่อนและเสริมด้วยผลไม้สด ผลไม้แห้ง นมอัดเม็ด โยเกิร์ต ไข่ต้ม ผักสด จิ้งหรีด หนอนนกและขนมปัง สลับสับเปลี่ยนกันไป คุณปีย์ชนิตว์ยังได้บอกว่าปิ๊กมี่ดอร์เมาส์พร้อมที่จะใช้ในการผสมพันธุ์ควรจะมีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และถ้าเลี้ยงให้ดีจะมีอายุยืนได้ถึง 6 ปี
ในการจับปิ๊กมี่ดอร์เมาส์เพื่อนำออกมาเล่น ควรยื่นมือลงไปให้เจ้าตัวรู้ก่อนแล้วจึงรวบส่วนลำตัวขึ้นมาด้วยอุ้งมือ ส่วนตัวที่ยังไม่คุ้นกับคนควรกำมือแล้วใช้ร่องระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้รวบหนังบริเวณหลังแล้วยกขึ้น ไม่ควรใช้วิธีการจับที่หางอาจจะโดนกัดหรือทำให้หางขาดได้ที่สำคัญไม่ควรแหย่มือแบบผลุบโผล่ลงไป จะทำให้ปิ๊กมี่ดอร์เมาส์ตกใจและอาจจะกัดได้.
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ฉบับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2551


February 16th, 2010 at 1:29 pm
น่ารักจัง ขอบคุณสำหรับข้อมูล ไปหามาเลี้ยงมั่งดีกว่าน่ารักดีคับ