123.jpg

              เต่าทะเลปกติอาศัยอยู่ในทะเลหลวง แต่ก็จะเข้ามาหากินและนอนพักผ่อนตาม
กองหินในแนวปะการังเป็นบางครั้ง เต่าทะเลเป็นสัตว์กินพืช อาหารที่ชอบคือหญ้าทะเล
ซึ่งขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามพื้นท้องทะเลตื้น ๆ ใกล้แนวปะการัง แต่ก็อาจกินหอย ปู
และปลาด้วยถ้าหาได้เต่าทะเลว่ายน้ำเก่ง มีรูปร่างเหมาะสำหรับว่ายน้ำ กล่าวคือ ด้านท้องแบนเรียบ
กระดองหลังโค้งนูน หัวแหลม ท้ายแหลม มีขาแผ่แบนเหมือนใบพาย ใช้พุ้ยน้ำ
แทนที่จะเป็นขาสำหรับเดินดังเช่นเต่าบก เต่าทะเลไม่มีนิ้ว มีแต่เล็บเล็ก ๆ ที่ปลายขา
เท่านั้น เมื่อจะขึ้นบกเต่าทะเลเคลื่อนที่โดยแกว่งขาหน้าปาดยันทรายซ้ายขวาสลับกัน
ทำให้ตัวเลื่อนพุ่งไปข้างหน้า เต่าทะเลจะขึ้นบกเฉพาะเมื่อวางไข่
ในเวลากลางคืน วันที่น้ำทะเลขึ้นเต็มฝั่งหาดทรายเงียบสงบปลอดผู้คน แม่เต่า
จะคลานขึ้นจากทะเล พอถึงที่เหมาะอันเป็นที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึง แม่เต่าจะใช้ขาหน้า
ขุดทรายขึ้นจนเป็นหลุมลึกพอประมาณ วางไข่ลงในนั้นนับร้อยฟอง แล้วกลบหลุม
และใช้อกไถทรายจนเรียบไร้ร่องรอย จากนั้นก็คลานกลับลงทะเลไป ทิ้งไข่ไว้ ณ ที่นั้น

         นักวิทยาศาสตร์ยังหาคำอธิบายไม่ได้ว่า แม่เต่าสามารถจำสถานที่เกิดและกลับมา
วางไข่ ณ ที่เดิมได้อย่างไร สิ่งที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบันนี้คือ เต่าทะเลมีจำนวนลดน้อยลง
กว่าแต่ก่อนมากสาเหตุสำคัญได้แก่การที่ไข่เต่าไม่มีโอกาสฟักเป็นตัวเพราะมีคนจำนวน มากคอยเสาะหาไข่เต่าทะเลเพื่อนำไปขายหรือกินเป็นอาหารเสียจนเกือบ ไม่มีเหลือ
              เต่าทะเลมีอยู่เพียงไม่กี่ชนิด เต่าตนุขนาดใหญ่ตัวเกือบกลมหลังสีน้ำตาลเข้ม
ไข่เป็นลูกกลมเหมือนลูกปิงปองสีขาวบุบบู้บี้ เต่ากระ กระดองหลังเป็นเกล็ด แข็ง
และสวยงามทนทาน คนนิยมนำเกล็ดเต่ากระมาใช้ทำเครื่องประดับพวกแหวน กำไล
และอื่น ๆ ซึ่งเป็นการทำลายพันธุ์เต่า เต่ามะเฟืองมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หลังมีสันยาว
หลายเส้นมองดูเหมือนลูกมะเฟือง เต่าชนิดนี้มีเหลืออยู่ในทะเลไทยเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

จาก http://www.geocities.com/mew_32208/animalssea6.htm